ธรรมาภิบาล

ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม
                     คือ การบริหารจัดการที่แสดงถึงเจตนารมณ์ของสถานประกอบการที่มุ่งมั่นจะประกอบกิจการที่คำนึงถึงการจัดการด้านมลภาวะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถเปิดเผยข้อมูลการจัดการมลภาวะอย่างโปร่งใส โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมเสนอแนะในการแก้ปัญหาได้ มีการบริหารจัดการเพื่ออนุรักษ์พลังงาน และจัดสรรการใช้ทรัพยากรร่วมกับชุมชนอย่างเหมาะสม มีช่องทางรับฟังข้อคิดเห็น และตอบสนองข้อร้องเรียน 
รวมถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นธรรม 
         บริษัท วาไรตี้ เอ็กซ์พอร์ต จำกัด ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญอันจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งกับบริษัทฯ พนักงาน และชาวบ้าน
ในชุมชนในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือ และร่วมมือกันระหว่างสถานประกอบการกับชุมชน อันจะก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกัน จึงได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอดจนได้รับรางวัลธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ดังนี้

1303

หลักการของธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม

1.ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เนื่องจากทางบริษัทมีโรงงานผลิตชาสมุนไพรและพืชผักอบแห้งเป็นของตนเอง ซึ่งกระบวนการของการผลิตนั้นมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดมลภาวะด้านน้ำ กากของเสีย และเสียง ทางโรงงานจึงได้มีการจัดการ การติดตามตรวจวัดผลเพื่อเป็นการยืนยันว่าความเสี่ยงเหล่านั้นไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบโรงงาน

     1.1  มีการตรวจวิเคราะห์น้ำเสียที่ปล่อยออกสู่ภายนอกปีละ 1 ครั้งโดยห้องปฏิบัติการที่สามารถเชื่อถือได้


2.มีการตรวจวัดความดังเสียงที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของทางโรงงาน พบว่ามีความดังไม่เกินที่กฎหมายกำหนดไว้

3.มีการบันทึกการกำจัดขยะของเสียจากการผลิตเป็นประจำ และมีการจัดการอย่างชัดเจน ซึ่งของเสียเกือบทั้งหมดจะเป็นเศษพืชซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ในเชิงการเกษตร

4.มีกล่องรับความคิดเห็นหน้าโรงงานเพื่อให้ประชาชนรอบข้างได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือร้องเรียน เพื่อรับฟังและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกันทั้งสองฝ่าย

ทางบริษัทฯ ได้มีการแจ้งรายละเอียดการดำเนินการ และข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ประชาชนรับทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ
2.ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

    เนื่องจากมลภาวะจากการกำเนินงานของทางโรงงานมีความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมและค่าวิเคราะห์ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องทำการรายงานให้กับหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้อกฎหมาย จึงได้รับการละเว้น ทางบริษัทฯ ได้จัดทำช่องทางการรับข้อร้องเรียนจากชุมชนรอบข้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านทาง โทรศัพท์ การติดต่อโดยตรง และทางเว็บไซต์ของทางบริษัทฯ ซึ่งเปิดให้ประชาชนสามารถติดต่อได้ตลอดเวลาทำการ
3.ความโปร่งใส

    ทางบริษัทฯ ได้มีผลการตรวจวิเคราะห์ของมลภาวะทางน้ำเสียและทางเสียงที่มีความเสี่ยงเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานโดยห้องปฏิบัติการกลาง(เชียงใหม่) และสถาบันอาหารฯ(กรุงเทพฯ) ซึ่งผลวิเคราะห์นั้นได้ผ่านตามข้อกำหนดกฎหมาย อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว และได้ทำการประกาศข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ลงในเว็บไซต์ของทางบริษัทฯ
4.ความรับผิดชอบต่อสังคม

    ทางบริษัทฯ ได้ทำการวิเคราะห์ประเมินปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทางสิ่งแวดล้อม จากกระบวนการปฏิบัติงานภายในโรงงาน และได้ทำการควบคุมปัจจัยที่มีความเสี่ยงจะสร้างมลภาวะเหล่านั้นให้อยู่ภายใต้มาตรฐานของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสีย หรือความดังของเสียง

    ทางบริษัทฯ มีการรับข้อร้องเรียนจากภายนอกหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ทางเว็บไซต์ หรือผ่านการติดต่อโดยตรงที่สำนักงานของบริษัทฯ

    ในปัจจุบันทางบริษัทฯ ยังไม่เคยได้รับข้อร้องเรียนในด้านของสิ่งแวดล้อมจากทั้งทางชุมชนรอบข้าง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าหากได้รับข้อร้องเรียนที่เป็นปัญหา มีหลักฐานชัดเจน ทางบริษัทฯ ก็ยินดีที่จะปรับปรุงแก้ไขในข้อผิดพลาดเหล่านั้น โดยทางบริษัทฯ ได้มีการประชุมทบทวนฝ่ายบริหารภาพรวมเรียนเป็นประจำทุกปี และมีการประชุมย่อยเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งมีการพูดคุยถึงข้อร้องเรียนอยู่ตลอด

กิจกรรมเพื่อสังคม
5.นิติธรรม

ทางบริษัทฯ มีข้อมูลการตรวจวิเคราะห์มลภาวะทาง น้ำเสีย และทางความดังของเสียง ตามมาตรฐานกฎหมายโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับการตรวจจากทางห้องปฏิบัติการประเทศไทย(เชียงใหม่) และทางสถาบันอาหาร(กรุงเทพฯ) และมีผลเป็นเอกสารที่สามารถเชื่อถือได้ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 (เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน)
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยโรงงาน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติ บัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535" มาตรา 8 เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการประกอบกิจการโรงงานให้รัฐมนตรีมีอํานาจออกกฎ กระทรวงเพื่อให้โรงงานจําพวกใดจําพวกหนึ่งหรือทุกจําพวกตามมาตรา 7 ต้องปฏิบัติตามในเรื่องดังต่อไปนี้

    (1) กําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับที่ตั้งของโรงงาน สภาพแวดล้อมของโรงงาน ลักษณะอาคารของโรง งานหรือลักษณะภายในของโรงงาน
    (2) กําหนดลักษณะ ประเภทหรือชนิดของเครื่องจักรเครื่องอุปกรณ์หรือสิ่งที่ต้องนํามาใช้ในการ ประกอบกิจการโรงงาน
    (3) กําหนดให้มีคนงานซึ่งมีความรู้เฉพาะตามประเภท ชนิดหรือขนาดของโรงงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ หนึ่งหนาที่ใดประจําโรงงาน
    (4) กําหนดหลักเกณฑที่ตองปฏิบัติกรรมวิธีการผลิตและการจัดใหมีอุปกรณหรือเครื่องมืออื่นใดเพื่อป้องกันหรือระงับหรือบรรเทาอันตรายความเสียหายหรือความเดือดร้อนที่อาจเกิดแก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ในโรงงานหรือที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงาน
    (5) กําหนดมาตรฐานและวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษหรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการโรงงาน
    (6) กําหนดการจัดให้มีเอกสารที่จําเป็นประจําโรงงานเพื่อประโยชน์ในการควบคุมหรือตรวจสอบ การปฏิบัติตามกฎหมายv     (7) กําหนดข้อมูลที่จําเป็นเกี่ยวกับการประกอบกิจการโรงงานที่ผู้ประกอบกิจการโรงงานต้องแจ้ง ให้ทราบเป็นครั้งคราวหรือตามระยะเวลาที่กําหนดไว้
    (8) กําหนดการอื่นใดเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในการดําเนินงานเพื่อป้องกันหรือระงับหรือ บรรเทาอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดจากการประกอบกิจการโรงงาน
กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะกําหนดให้ยกเว้นโรงงานประเภท ชนิด หรือขนาดใดจากการต้อง ปฏิบัติในเรื่องหนึ่งเรื่องใดก็ได้และกฎกระทรวงดังกล่าวจะสมควรกําหนดให้เรื่องที่เป็นรายละเอียดทาง ด้านเทคนิคหรือเป็นเรื่องที่ต้องเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตามสภาพสังคม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรี กําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ได้
......................................

ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ระบบเอกสารกำกับการขนส่งของเสียอันตราย พ.ศ.๒๕๔๗ ผู้มีไว้ในครอบครองของเสียอันตรายไม่เกิน ๑๐๐ กิโลกรัมต่อเดือน ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงฉบับนี้

......................................

ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดประเภทหรือชนิดของโรงงานที่ต้องจัดทำรายงานชนิดและปริมาณ สารมลพิษที่ระบายออกจากโรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๓
6.ความยุติธรรม

    ทางบริษัทฯ ได้มีการอนุรักษ์การประหยัดการใช้ทรัพยากรในส่วนของโรงงานผลิตอย่างเหมาะสม ผ่านการจัดทำโครงการทั้ง Water footprint และ Carbon footprint ของทางบริษัทฯ เพื่อเป็นการลดการใช้ทรัพยากรที่เกินจำเป็นในระบบการผลิตสินค้า
    ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการในส่วนของการคืนประโยชน์สู่สังคมผ่านทางการบริจาคสินค้าในช่วงแรกของการดำเนินงาน และทางผู้บริหารของบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะดำเนินการสร้างประโยชน์ให้กับทางสังคม 1 โครงการเป็นประจำทุกปี

โครงการ water footprint ที่ทางบริษัมได้เข้าร่วมและบรรลุผลสำเร็จดีเยี่ยม



การใช้ทรัพกรอย่างคุ้มค่า โดยนำเศษตะไคร้จากโรงงาน ไปคลุมหน้าดินพืชที่สวนเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืช